ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงาน
ด้วยสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในคราวประชุมครั้งที่ 22 วันที่ 20 กรกฎาคม 2543 มีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงาน แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ด้วยพิจารณาเห็นว่า ทรงพระปรีชาสามารถ ในด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม โดยทรงยึดถือหลักการเลือกใช้วิทยาการที่เหมาะสม มีความเป็นไปได้และประหยัด ทั้งทรงพระราชวิริยะในการคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ให้ดำเนินการไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมาเป็นเวลากว่า 50 ปี ได้ทรงปกครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรมตลอดมา ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะประสบปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาประเทศหลากหลายไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของธรรมชาติ น้ำท่วม ความแห้งแล้ง และความทุกข์ยากของราษฎรในบางท้องที่ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ ได้ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภาค ทรงเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่บรรพบุรุษไทยสั่งสมสืบทอดไว้เป็นมรดลทางวัฒนธรรมของชาติ ทรงศึกษาสภาพปัญหาที่แท้จริงและทรงเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยพระองค์เอง ทรงศึกษาค้นคว้าวิจัยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการตามพระราชประสงค์โดยยึดหลักการพัฒนาแบบยั่งยืนไปพร้อมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ปัจจุบันปัญหาด้านพลังงานและด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาใหญ่ที่สำคัญระดับโลก ที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสุขอนามัยโดยรวม ทั้งนี้เกิดจากการจัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ป่าไม้ แร่ธาตุ และเชื้อเพลิงหมดเปลืองไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเร่งสร้างอุตสาหกรรมต่าง ๆ และการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้โดยไม่คำนึงถึงผลสะท้อนที่จะติดตามมาในรูปแบบของความเสื่อมโทรมทางคุณภาพของสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำเสีย น้ำเน่า อากาศเป็นพิษ ป่าไม้ ต้นน้ำถูกทำลาย สิ่งเหล่านี้มิใช่จะสามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ต้องอาศัยความเข้าใจและการร่วมแรงร่วมใจจากทุก ๆ ฝ่าย แต่ด้วยพระเมตตาบารมีและพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ กอปรกับพระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงศึกษาอย่างลึกซึ้งในศาสตร์สาขาต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การเกษตร การชลประทาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรงแนะนำราษฎรตลอดจนได้พระราชทานข้อคิดแก่รัฐบาลและผู้ดำเนินตามรอยพระยุคลบาทในโครงการต่าง ๆ เพื่อให้รู้จักการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาพลังงานจากธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้เพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่น และเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีค่าไว้
โครงการพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อมุ่งการพัฒนาแนวใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาแบบผสมผสานครบวงจร โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาด้านพลังงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป เช่น กังหันลมสูบน้ำ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงอัดแท่ง บ่อก๊าซชีวภาพ โรงงานผลิตแอลกอฮอล์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างเด่นชัดตลอดมา พระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพเหล่านี้ล้วนเป็นคุณประโยชน์ ที่ได้ช่วยขจัดความทุกข์ยากแก่พสกนิกรและแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมและอเนกประการ
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะในศาสตร์ต่าง ๆ ดังกล่าวมา สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงาน แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติคุณและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งเพื่อเป็นเกียรติประวัติอันสูงยิ่งแก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สืบไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม