ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
สาขาวิชาภาษาศาสตร์ประยุกต์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ พระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้รับพระราชทานขนานพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเทพรัตนราชสุดากิติวัฒนาดุลโสภาคย์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเริ่มการศึกษาระดับอนุบาลเมื่อพระชนมายุได้ 3 พรรษาเศษ ที่โรงเรียนจิตรลดา ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนกศิลปะ และทรงสอบไล่ได้เป็นที่ 1 ของประเทศ ประจำปีพุทธศักราช 2515 ได้คะแนนรวมร้อยละ 89.30 ยังความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ จากนั้น ทรงสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรกที่เสด็จเข้าศึกษาต่อ และทรงจบการศึกษาระดับสูงสุดในประเทศไทย นับเป็นศุภนิมิตในวงการศึกษาของประเทศไทยวิชาที่ทรงโปรดคือ ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา ปรัชญา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ทรงเลือกศึกษาวิชาที่สนพระทัยเช่น ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ประวัติศาสตร์ เป็นต้น ทรงปฏิบัติตามกฎของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด และทรงวางพระองค์เยี่ยงสามัญชน จึงทรงเป็นมิ่งขวัญและความชื่นชมโสมนัสของคณาจารย์ตลอดจนนิสิตทั่วไป ทรงสอบได้เป็นที่หนึ่งตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงปีสุดท้าย ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเป็นเยี่ยมในปีพุทธศักราช 2519 ทรงรับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมเหรียญทอง สาขาประวัติศาสตร์ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.98 และได้รับพระราชทานรางวัลเหรียญทองในฐานะที่ทรงสอบได้ที่ 1 ตลอดมาทุกปี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ทรงเข้าศึกษาต่อขั้นปริญญาโท ในคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในสาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก วิชาที่ทรงศึกษาประกอบด้วยจารึกและภาษาโบราณ (บาลี สันสกฤต และเขมร) รวมทั้งภาษาศาสตร์ และโบราณคดี ทรงสำเร็จปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ในปีพุทธศักราช 2522 โดยทรงทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง จารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง และในขณะเดียวกันก็ทรงเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาภาษาตะวันออก สาขาวิชาบาลี สันสกฤต ทรงสำเร็จปริญญาโทอักษรศาสตร์ เมื่อพุทธศักราช 2523 ทรงทำวิทยานิพนธ์ เรื่องทศบารมีในพุทธศาสนานิกายเถรวาท
ปีพุทธศักราช 2524 เสด็จเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒทางการศึกษา ในสาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ และทรงสำเร็จปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาพัฒนศึกษาศาสตร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2529 ในหัวข้อปริญญานิพนธ์เรื่อง การพัฒนานวัตกรรมเสริมทักษะการเรียนการสอนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
สืบเนื่องมาแต่ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธรฯ ทรงเป็นสุขุมาลย์ชาติอันประเสริฐทุกประการ ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่ทั้งปวงที่ทรงได้รับมอบหมายให้สำเร็จด้วยดี ทรงมีพระปรีชาสามารถสูงส่ง มีพระวิริยะภาพอันแรงกล้า มีน้ำพระทัยเต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณาต่อพสกนิกรทรงเห็นความทุกข์ยากของราษฎรอยู่เหนือความสุขส่วนพระองค์ เป็นที่หวังพึ่งในพระบารมีได้เป็นแน่แท้สำหรับข้าแผ่นดินของพระองค์ทรงแบ่งเบาพระราชภาระแห่งสมเด็จพระชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ด้วยการปฏิบัติงานสนองพระราชดำริ ทั้งทาง ด้านการเกษตร การบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร อีกทั้งทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจด้านการต่างประเทศ เช่น ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ไปในงานพระราชพิธีในต่างประเทศและเสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ เป็นการเจริญสัมพันธไมตรี ทรงบำเพ็ญพระองค์ให้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองเป็นอเนกประการ ดังนั้นในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศสถาปนาเป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยแน่วแน่ที่จะทรงนำวิชาที่ทรงศึกษานั้นมาทำประโยชน์แก่แผ่นดิน ได้ทรงศึกษาภาษาไทย ภาษาตะวันตก (บาลี สันสกฤต และเขมร) รวมทั้งภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศสอย่างเชี่ยวชาญและแม่นยำ นอกจากนั้นยังทรงมีความรู้ที่ลึกซึ้งในทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี ศาสนา ปรัชญา และศิลปวัฒนธรรมทั้งของไทยและต่างประเทศ สรรพวิทยาเหล่านี้ล้วนเสริมส่ง พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพ ยังผลให้ทรงมีความรู้แตกฉานในภาษาศาสตร์และภาษาศาสตร์ประยุกต์ ทรงมีทัศนคติ ที่กว้างไกล และทรงวิเคราะห์ปัญหาได้หลายแห่งหลายมุมกว้างขวางยิ่งขึ้น ทรงสามารถนำความรู้ อันทรงคุณค่านี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ทรงอนุรักษ์ พัฒนา และถ่ายทอดแก่สังคมและชนทุกหมู่เหล่า
พระปรีชาสามารถทางด้านภาษาศาสตร์ เป็นที่ประจักษ์แก่ข้าในแผ่นดินจากงานพระราชวิทยานิพนธ์ และงานพระนิพนธ์ ดังนี้
ได้ทรงเขียนพระราชวิทยานิพนธ์ เรื่อง ทศบารมีในพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่ได้ทรงศึกษาวิจัยเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าให้ความรู้ทั้งทางด้านอักษรศาสตร์ ธรรมะ และสังคมวิทยา และได้ทรงถอดความจากภาษาบาลีในงานพระนิพนธ์ เรื่อง หนังสือพุทธศาสนสุภาษิตคำโคลง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในภาษาสันกฤต ได้ทรงนิพนธ์คำฉันท์ดุษฎีสังเวยและกาพย์ขับไม้ในพิธีสมโภชน์ขึ้นระวางพระศรันรารัฎราชกิริณี ณ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งผู้ที่จะสามารถแต่งบทร้อยกรองลักษณะนี้ได้จะต้องเป็นกวีที่มีความชำนาญและจัดเจนในการใช้ศัพท์แสงภาษาตะวันตก และภาษาไทยเป็นพิเศษ มีความรอบรู้ในโบราณราชประเพณีอันผูกพันกับสารัตถของเรื่อง ทรงพระนิพนธ์ได้ไพเราะเหมาะสมกับทำนองเพลงประกอบ ได้บรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นพิธีการ แต่ขณะเดียวกันเนื้อความก็ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทั้งนี้เป็นเครื่องชี้ให้เห็นความมีน้ำพระทัยมุ่งมั่นในการอนุรักษ์การแต่งบทประพันธ์อันยากซึ่งจะต้อง ผดุงรักษาไว้เพราะเป็นสมบัติทางภาษาของชาติไทย
จากงานพระราชวิทยานิพนธ์ เรื่อง จารึกพบที่ประสาทพนมรุ้ง (จังหวัดบุรีรัมย์) ได้แสดงได้เห็นถึง พระอัจฉริยะที่ทรงเชี่ยวชาญทางด้านภาษาเขมร เพราะได้ทรงแปลศิลาจารึกจากภาษาเขมรเป็นภาษาไทยซึ่งต่อมา ได้จัดพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส และส่งไปเผยแพร่ในต่างประเทศได้รับความสนใจและชื่นชมจากปราชญ์ชาติต่าง ๆ ในพระปรีชาสามารถของพระองค์ในด้านการวิจัยด้านจารึกและภาษาโบราณ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงศึกษาภาษาต่างประเทศอื่น ๆ อย่างลึกซึ้ง เช่น ทรงเขียน และตรัสภาษาแมนดารินบางคำได้ ทรงวาดภาพและเขียนภาษาญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม ทรงพระนิพนธ์โคลงภาษาฝรั่งเศสตามฉันทลักษณ์โบราณ และจินตนาการเป็นกลอนเปล่าภาษาไทยพร้อมภาพลายเส้นฝีพระหัตถ์ในหนังสือชื่อความคิดคำนึง (Reflection, Reflexions) ซึ่งแสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถในทางศิลปศาสตร์ และทรงเข้าถึงปรัชญาชีวิต และวิถีทางธรรมชาติอย่างลึกซึ้งอีกด้วย
จากตัวอย่างดังกล่าวนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเหมาะสมกับพระราชสมัญญานามว่าสมเด็จเจ้าฟ้านักภาษาศาสตร์ อย่างแท้จริงด้วย ทรงมีความรู้แตกฉานในทางภาษาศาสตร์ดังกล่าว อีกทั้ง ทรงเป็นนักวิชาการ ทรงใฝ่ศึกษาแสงหาความรู้ในขอบเขตที่กว้างขวางอยู่เสมอ ทรงสนพระทัยในกิจการพัฒนาทุกแขนง จึงเป็นแนวทางที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงนำมาประยุกต์ใช้ใน 3 ลักษณะคือ
- ในด้านการเรียน การสอน และการแต่งตำรา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์อาจารย์บรรยายพิเศษในวิชาภาษาไทยแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อที่นักศึกษาจะได้มีความรู้ ความเข้าใจในภาษาไทยอย่างถูกต้อง แม่นยำ มีความรักความภูมิใจในภาษาของต่างชาติ เพราะภาษาเป็นสื่อของความคิด ความเชื่อและความเป็นเอกลักษณ์ของชาติประการหนึ่ง
ในด้านตำราเรียนได้ทรงเขียนปริญญานิพนธ์ เรื่อง การพัฒนานวัตกรรมเสริมทักษะการเรียนการสอนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งตำราเล่มนี้เป็นเครื่องบ่งชัดถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งพัฒนา การเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อเยาวชนไทยจะสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างดี เป็นพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการนำความรู้สาขาภาษาศาสตร์ ครุศาสตร์ และการศึกษามาประยุกต์เข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน
- ในด้านวรรณกรรม ด้วยพระอัจฉริยะทางด้านภาษาศาสตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงได้รับการถวายสดุดีว่าทรงเป็นราชกวี และปราชญ์ในทางวรรณกรรม ผลงานที่พระนิพนธ์มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยและต่างประเทศ งานพระนิพนธ์เกี่ยวกับประเทศไทยนั้น มีเป็นจำนวนมากเช่น การวางรากฐานการศึกษาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อยุธยาเจ้าครอกวัดโพธิ์ ศาสนาเกิดขึ้นได้อย่างไร กษัตริยานุสรณ์ เป็นต้น ส่วนงานพระนิพนธ์เกี่ยวกับต่างประเทศนั้นได้ทรงพระนิพนธ์ขึ้นด้วยทรงมีพระจริยาวัตรในการเป็นครูซึ่งทรงพร้อมด้วยพระกรุณาธิคุณและพระเมตตาธิคุณอันไพศาล มิได้ทรงถ่ายทอดวิชาความรู้ในสาขาที่ทรงเชี่ยวชาญเฉพาะแก่นักศึกษาของพระองค์ท่านเท่านั้น หากทรงถ่ายทอดแก่ประชาชนชาวไทยทั้งมวล ได้ทรงศึกษาประวัติความเป็นมา ศิลปวัฒนธรรม และภาษาของชาตินั้น ๆ อย่างละเอียด ซึ่งให้ทั้งความรู้ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และอรรถรส เป็นผลงานที่ทรงศึกษาจากเอกสารหนังสือ ประกอบกับการบันทึกของพระองค์ท่าน ทรงตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบในขณะที่ทรงพระนิพนธ์ เช่น ย่ำแดนมังกร บุหงารำไป ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ทัวร์น้องโจ้ ไทยเที่ยวพม่า เล่าเรื่องเมืองญี่ปุ่น เล่าเรื่องเมืองฝรั่ง เป็นต้น
เรื่องประเภทร้อยแก้วได้รับการยกย่องจากผู้อ่านทั้งหลายว่ามีเอกลักษณ์อันเด่นเป็นพิเศษ คือการ ใช้ภาษาแบบบรรยายโวหารที่แจ่มแจ้ง กะทัดรัด และไพเราะ รวมกวีนิพนธ์ที่เป็นภาษาไทยไม่น้อยกว่า 26 เรื่องส่วนพระนิพนธ์ร้อยกรองนั้น แสดงให้เห็นความชำนาญในฉันทลักษณ์ หรือแบบแผนการประพันธ์ทุกชนิดอย่างแม่นยำและทรงแสดงอัจฉริยภาพในทางกวีโวหารอย่างแจ้งชัด คือ ทรงใช้คำที่มีความหมายดีเด่น เหมาะแก่ข้อความ และ สละสลวยไพเราะอย่างยิ่ง
รวมความแล้วย่อมกล่าวได้ว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานทรงวรรณกรรมอย่างยิ่งทั้งในด้านปริมาณ และคุณลักษณะสมกับที่ทรงเป็นนักภาษาศาสตร์ที่แท้จริง
- ในด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้รับเชิญเป็นราชอาคันตุกะหรือทรงเป็นแขกของรัฐบาลในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน พม่า ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สวีเดน อิหร่าน อิสราเอล อิตาลี ฯลฯ เพื่อทอดพระเนตรกิจการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศทางด้านการเกษตร การชลประทาน และการศึกษา อีกทั้งเพื่อเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ อย่างแน่นเฟ้นอีกด้วย ด้วยพระบารมี พระจริยาวัตรอันงดงามสมเป็นขัตติยาราชนารี และพระปรีชาสามารถในภาษาต่างประเทศ ยังให้บรรดาผู้ที่มีโอกาสได้เฝ้าอย่างใกล้ชิดและได้รู้จักพระองค์ท่าน ประทับใจ เกิดความรัก และเทิดทูนในองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และส่งผลดีแก่ประเทศไทยเป็นอเนกประการ
ด้วยพระปรีชาสามารถทางภาษาและวรรณกรรม และน้ำพระราชหฤทัยที่เที่ยงธรรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงได้รับอัญเชิญเข้าร่วมเป็นกรรมการพิจารณาหนังสือสำหรับเยาวชนระหว่างประเทศ เพื่อรับรางวัลฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2531 ณ ประเทศอิตาลี นับเป็นความภูมิใจของปวงชนชาวไทยที่นานาประเทศได้ถวายพระเกียรติยกย่องพระองค์ท่าน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระอุตสาหะในการประกอบพระราชกิจและบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวง นอกจากจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศแล้ว ยังทรงต้อนรับราชอาคันตุกะทูตานุทูตและแขกต่างประเทศอยู่เมืองนิจ ทรงใฝ่พระราชหฤทัยติดตามความเคลื่อนไหวในงานวิชาการของนักการศึกษานานาชาติได้ทรงเข้าร่วมประชุมนักประวัติศาสตร์นานาชาติแห่งเอเชีย ทรงเป็นผู้แทนของประเทศไทยกล่าวอวยพรเป็น “แหล่” แล้วทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษทันที ยังความสนุกสนาน และประทับใจแก่บรรดาชาวต่างประเทศ ณ ที่นั้นในพระปรีชาและ พระอัธยาศัยเป็นอย่างยิ่ง
นอกเหนือจากความสนพระทัยในด้านภาษาศาสตร์และภาษาศาสตร์ประยุกต์แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงสนับสนุนการพัฒนาในด้านการศึกษาของชาติ ทรงนำความรู้ด้านการศึกษามาประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ด้านวิธีการสอน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเข้ารับราชการกองทัพบก พ.ศ. 2523 ตำแหน่งองค์อาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทรงวางแนวการสอนและทรงทุ่มเทเวลาแก่การสอนอย่างจริงจัง ทรงจัดเตรียมเนื้อหาสาระของวิชาที่ทรงสอน ทรงเตรียมอุปกรณ์ประกอบการสอนด้วยพระองค์เอง ทรงมุ่งหวังให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในวิชาที่เรียนอย่างลึกซึ้งโดยให้ปฏิบัติจริง ไม่ได้เรียนเฉพาะตำราให้ได้เพิ่มพูนประสบการณ์ในการศึกษา มีทัศนคติและโลกทัศน์กว้างไกลยิ่งขึ้น ได้สัมผัสกับของจริงตามหลักการสอน ทรงสอนให้รู้จักค้นคว้าและวิจารณ์ ทรงพระกรุณานำนักเรียนไปทัศนศึกษาตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ได้รู้เห็นจริง นับได้ว่าทรงนำวิธีการสอนที่ทรงศึกษามาประยุกต์ใช้ในการสอนจริงของพระองค์ท่านได้อย่างเหมาะสมและทันสมัย
- ด้านการจัดการและการบริหารการศึกษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาอันเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการพัฒนาเยาวชน หากเยาวชนมีโอกาสมากเพียงใดย่อมส่งผล ให้พลเมืองของชาติมีคุณภาพมากเพียงนั้น ดังนั้นจึงทรงมีพระราชดำริ และทรงสนับสนุนโครงการต่าง ๆ โดยทรงรับเป็นองค์ประธานบริหารงานด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เช่น
- โครงการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อให้มีคุณภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาได้ ทรงพระกรุณาให้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กขึ้น ณ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อสั่งสอนกุลบุตรกุลธิดาของข้าราชบริพารในพระองค์ บุตรหลานทหาร ตำรวจ เด็กที่พิการทางหู และประชาชนใกล้ปริมณฑล ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในกิจการของโรงเรียนตามวาระต่าง ๆ เช่น การประชุมใหญ่ เพื่อทรงฟังปัญหาและพระราชทานพระราชดำริวินิจฉัย ทรงเอาพระทัยใส่และเป็นพระธุระในการศึกษาของเยาวชนผู้ยากไร้
- มูลนิธิทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณารับเป็นองค์อุปถัมภ์ และพระราชทานเงินเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยคัดเลือกจากนักเรียนทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศที่มีผลการเรียนระดับปานกลางขึ้นไปเข้ารับทุนอุดหนุนการศึกษาต่อเนื่องจากมูลนิธินี้จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา หรือจนกว่าผู้รับทุนไม่ประสงค์จะศึกษาต่อ หรือผลการศึกษาลดระดับต่ำลงมาก
- โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงห่วงใยเยาวชนโดยเฉพาะ ในถิ่นทุรกันดาร ทรงมีพระราชดำริและโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้นักเรียนที่ขาดแคลนอาหาร และร่างกายอ่อนแอได้รับโภชนาการที่เหมาะสม
- โครงการการศึกษานอกระบบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้ความสนับสนุนการศึกษานอกระบบ ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปิดวิทยาลัยในวังคือ โรงเรียนผู้ใหญ่พระตำหนักสวนกุหลาบ ขึ้นอยู่กับกรมการศึกษา นอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดสอนวิชาชีพ 3 แขนง คือ ช่างดอกไม้สด ช่างปักสะดึง และวิชาอาหารและขนม เป็นการใช้ทรัพยากรกับอาคารสถานที่ บุคลากรผู้สอนอย่างคุ้มค่า ทำให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพเพิ่มรายได้ และเป็นการอนุรักษ์งานช่างประณีตศิลป์ต่าง ๆ ของชาววัง นอกจากนั้นได้ทรงมีพระราชดำริให้มีการสอนและ การถ่ายทอดวิชาช่างศิลป์ เพื่ออนุรักษ์งานช่างสิบหมู่ให้ดำรงสืบทอดต่อไป
ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาแก่ชนทุกชาติทุกภาษา ด้วยพระกรุณาธิคุณเป็นคุณูปการปกแผ่ไปทั่วหน้าประชาราษฎร์ทุกเพศทุกวัยอย่างกว้างขวางหาที่สุดมิได้ ด้วยพระจริยาวัตรอันงดงาม พระเกียรติคุณนานัปการ ทรงพระปรีชาสามารถแตกฉานในทางภาษาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ประยุกต์ และทางการศึกษาสภาสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรีจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาศาสตร์ประยุกต์ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและสนองพระกรุณาธิคุณ เชิดชูพระปัญญาสามารถ อีกทั้งเพื่อเป็นเกียรติประวัติสูงส่งแก่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีสืบไป