ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรชีวภาพ

ด้วยสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการประชุมครั้งที่ 69 วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2547 มีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชา การจัดการทรัพยากรชีวภาพ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้วยพิจารณาเห็นว่า ทรงประกอบ พระราชกรณียกิจเคียงคู่บุญบารมี ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรในท้องที่ทุรกันดารทุกหนแห่งทั่วราชอาณาจักร ทรงเห็นสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศกำลังถูกทำลายลงอย่างน่าเป็นห่วง และผลจากการนี้ได้กลายเป็นสาเหตุเบื้องต้นของความยากลำบากในการดำรงชีวิตของชาวชนบท ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ทำให้ทรงเล็งเห็นถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงที่เป็นวงจรระหว่างชีวิตกับธรรมชาติและการอยู่ร่วมกันด้วยดีในระบบนิเวศน์ ทรงเห็นคุณค่าของธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อชีวิต จึงทรงพยายามที่จะสร้างสำนึกให้ราษฎรเห็นคุณค่า มีความรักและความผูกพันในทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนทรงศึกษาหาแนวทางในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง ก่อนทรงแนะนำราษฎร และพระราชทานข้อคิดแก่รัฐบาลและผู้ดำเนินตามรอยพระยุคลบาทในโครงการต่าง ๆ ให้รู้จักอนุรักษ์ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อันจะนำมาซึ่งการรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ในธรรมชาติให้คงอยู่ตลอดไป นอกจากนี้ทรงส่งเสริมให้ราษฎรในท้องถิ่นให้รู้จักการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน และสามารถพึ่งตนเองได้ เช่น โครงการป่ารักน้ำ เป็นโครงการเสริมโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงโปรด ให้สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นทุกแห่งที่ได้เสด็จไปเยี่ยมเยียนเพื่อให้ราษฎรได้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการบริโภคและการเกษตรกรรม ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า ป่าไม้เป็นที่ดูดซึมกักเก็บน้ำไว้ในรากใต้ดิน ทำให้เกิดน้ำซับลำธาร ดังนั้นจึงทรงชักชวนให้ราษฎรร่วมมือร่วมใจกันปลูกป่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2525 ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำ คำจวง บ้านติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ทรงซื้อที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาปลูกป่าเป็นจำนวนมากเพื่อให้ราษฎรได้เห็นการปลูกป่าที่ถูกวิธี และร่วมมือในการบำรุงรักษาต้นไม้ มีพระราชดำริให้ตั้งหมู่บ้าน ป่ารักน้ำขึ้นในบางพื้นที่ ในช่วงเริ่มต้นทรงคัดเลือกราษฎร ที่ยากจนที่สุดในพื้นที่มาเป็นตัวอย่างในการดำเนินการ โดยจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ฉางข้าว เรือนเพาะชำ และแหล่งน้ำ และให้การฝึกอาชีพเสริม เช่น ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้าไหม เป็นต้น ทรงชี้แนะให้ประชาชนมีความเข้าใจในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การช่วยกันดูแลรักษาป่าการอาศัยอยู่ในป่า การใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ต้องทำลายป่า ทรงชักชวนให้ประชาชนปลูกป่าเอง เพื่อให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหนป่าไม้ และรู้จักใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน ต่อมาราษฎรในท้องที่ต่างๆ ทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งภาคใต้ ที่ได้ทราบถึงความห่วงใยของพระองค์ท่าน จึงได้ร่วมกันเข้าเป็นสมาชิกโครงการป่ารักน้ำ เพื่อปลูกป่าถวายสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผลของโครงการป่ารักน้ำนอกจากจะช่วยฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรม ปรับปรุงต้นน้ำลำธารเพื่อให้มีป่าไม้รักษาความชุ่มชื้น และควบคุมความผันแปรของอากาศ ราษฎรมีไม้ไว้ใช้ในอนาคตแล้วยังสามารถช่วยเหลือราษฎรที่ยากจน ขาดแคลนที่ดินทำกินได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีอาชีพแน่นอน มีรายได้เพิ่มขึ้น และไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอีกต่อไป

จากการที่ได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดเวลานั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงได้พบเห็นสภาพป่าไม้พื้นที่ต่างๆ ซึ่งเคยมีความอุดมสมบูรณ์มาก่อน ถูกบุกรุก และทำลายไปอย่างมากมาย ทำให้เกิดสภาวะความแห้งแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืช น้ำอุปโภคและบริโภค ผลที่ตามมาก็คือความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎร จึงทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2534 ให้จัดตั้ง “โครงการ บ้านเล็กในป่าใหญ่” ขึ้นเป็นแห่งแรกที่บ้านห้วยไม้หก ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีปรัชญาของการดำเนินการเพื่อให้ “คน” กับ “ป่า” อยู่ด้วยกันได้โดยไม่ทำลายกัน ในปัจจุบันมีโครงการลักษณะนี้กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโพนสว่าง อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม เช่น โครงการบ้านเล็กฯ บ้านน้อมเกล้า ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร โครงการบ้านเล็กฯ ผานาง – ผาเกิ้ง ตำบลผาอินทร์แปลง กิ่งอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ช่วยให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้พอเพียงต่อการเลี้ยงครอบครัวทำให้ประชาชนมีความรักหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ หยุดการบุกรุกทำลายป่าและช่วยดูแลรักษาป่าไม้ให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม นอกจากนี้เพื่อเป็นแนวทางให้เกิดการพิทักษ์อนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพป่าให้คงประโยชน์อย่างยั่งยืน พระองค์มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิตขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2538 ที่บ้านสร้างถ่อนอก ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ

โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าในหลายๆ พื้นที่ ได้แก่ ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดบริเวณเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดยะลาและนราธิวาส เป็นอีกโครงการหนึ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตการพัฒนาอาชีพ และการยกระดับรายได้ของราษฎร โดยรอบพื้นที่โครงการฯ มีทั้งการส่งเสริมเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ปลูกไม้ต้น ไม้ยืนต้น ปรับปรุงประสิทธิภาพทางการเกษตร โครงการทดลองแปลงทฤษฎีใหม่ โครงการงานจักสาน การส่งเสริมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยในทุกชีวิต ทรงตระหนักถึงความหลากหลายและคุณค่าของธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อพืชพรรณและสัตว์ป่า จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2535 เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ อีกทั้งเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลพืชและอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย และเป็นศูนย์เครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะด้านพืช ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรพืชเพื่อใช้ประโยชน์และจัดการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนตลอดไป ในปี พ.ศ. 2542 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์รวมพรรณไม้ บ้านร่มเกล้า ในพระราชดำริฯ ที่อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นศูนย์อนุรักษ์พรรณไม้ภาคเหนือตอนล่างและพรรณพฤกษชาติบริเวณพรมแดนไทย-ลาว และส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมและอนุรักษ์ป่าที่สมบูรณ์ไว้เพื่อเป็นป่าต้นน้ำลำธาร สนับสนุนให้ราษฎรในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตและรายได้ดีขึ้น

นอกจากนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์สัตว์ป่าของประเทศไทย ทรงเกรงว่าสัตว์ป่าในประเทศไทยอาจจะสูญพันธุ์ไปในระยะเวลาอันใกล้ถ้าไม่ช่วยกันสงวนและอนุรักษ์ไว้ จึงพระราชทานคำแนะนำกรมป่าไม้ให้จังตั้งศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อการอนุรักษ์ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศที่ศูนย์ป่าตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว และโคกไม้เรือ จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการสวนสัตว์เปิดเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ศูนย์ต่างๆ เหล่านี้ช่วยให้สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น สามารถนำไปปล่อยในป่าให้อยู่แบบธรรมชาติต่อไป

ด้วยพระเมตตาธิคุณและกรุณาธิคุณของพระองค์ ทำให้ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ชนิดอื่นด้วย ดังนั้นจึงทรงรับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งโครงการมัสยอุทยาน เพื่อรวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยไว้ให้ผู้สนใจค้นคว้า ทรงจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ที่เกาะมันใน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์เต่าทะเลที่กำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว โครงการคืนละมั่งสู่ธรรมชาติ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ ในพระราชดำรินับได้ว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ของโลก

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงห่วงใยถึงฐานะความเป็นอยู่ของราษฎร จึงได้ทรงศึกษาหาแนวทางจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่บ้านแม่ต๋ำ จังหวัดลำปาง ที่บ้านบ่อเหมืองน้อย อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาราษฎรให้มีที่ดินทำกิน และมีหลักประกันในการดำรงชีพ และส่งเสริมพัฒนาอาชีพทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมให้แก่ราษฎร และเป็นการป้องกันการบุกรุกทำลายป่า รักษาป่าให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์และดำเนินการพัฒนาอนุรักษ์สภาพนิเวศวิทยาป่าไม้ อีกทั้งเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรและทุกชีวิตในประเทศไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้านอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ทรงชักชวนให้ทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทรงพระปรีชาสามารถเป็นเลิศในการผสมผสานการพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรสิ่งแวดล้อมกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรชีวภาพ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเกียรติประวัติอันสูงส่งแก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สืบไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

This site is registered on wpml.org as a development site. Switch to a production site key to remove this banner.