ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

นายอานันท์ ปันยารชุน

วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

ผลงานในอดีต

ในระยะเวลา 1 ปีเศษที่ นายอานันท์ ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของประเทศไทยสองสมัย คือระหว่างเดือนมีนาคม 2534 – เมษายน 2535 และมิถุนายน – ตุลาคม 2535 นั้น ท่านได้ดำเนินการบริหารประเทศอันเป็นประโยชน์มากมาย มีผลงานปรากฏดังนโยบายของรัฐบาลในด้านต่าง ๆ เช่น นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ นโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ นโยบายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปรากฏผลงานหลายประการ ดังจะกล่าวต่อไปนี้

ในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของประเทศที่เสื่อมโทรม และการอนุรักษ์ การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพลังงาน ท่านได้วางมาตรการและแนวทางในการดำเนินการให้กับประเทศไทยหลายประการ อาทิเช่น

  1. ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

เนื่องจากท่านตระหนักดีถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงอย่างมากมาย และปัญหามลพิษต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยส่วนรวม จึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ขึ้นแทนฉบับเก่า พ.ศ. 2518 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือและกลไกในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกหลักที่จะช่วยให้สามารถจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นระบบครบวงจรเป็นครั้งแรกพระราชบัญญัติฯ ฉบับใหม่ที่ประกาศใช้มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

  • ยกระดับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
  • กระจายอำนาจการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมออกสู่จังหวัดและส่วนท้องถิ่น ให้ระดับจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับแผนกการจัดการของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
  • กำหนดให้มีการจัดตั้งเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยให้คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจองค์กรเอกชน และเอกชน เพื่อดำเนินการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • กำหนดให้ผู้ที่ก่อมลพิษ มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย และมีมาตรการส่งเสริม และกำหนดบทลงโทษ
  • ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกับรัฐ มีข้อกำหนดที่แน่ชัดถึงสิทธิหน้าที่ และให้องค์กรเอกชนเข้าไปมีบทบาทในการปฏิบัติงานของพนักงานในด้านสิ่งแวดล้อมและมีบทบาทร่วมในการควบคุม ทั้งยังมีสิทธิขอเงินอุดหนุนในการดำเนินกิจกรรมด้วย
  • กำหนดเขตอนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และกำหนดเขตควบคุมมลพิษ

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพนักงาน พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ร่างพระราชบัญญัติพรรณพืช เป็นต้น

  1. ออกเป็นพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และแบ่งส่วนราชการเพื่อรองรับงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและครบวงจร

เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่อย่างแท้จริงในการกำกับดูแล และการบริหารงานเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านได้ออกพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน เป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริหารการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยออกพระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารของสำนักงานคณะกรรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้เป็นระดับกรม เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างครบวงจร ทั้งด้านการวิจัยและการกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการกำกับให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างจริงจัง โดยแบ่งงานออกเป็น 3 กรม ดังนี้

  • สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม
  • กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • กรมควบคุมมลพิษ
  1. เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน โดยกำหนดมาตรฐานการควบคุมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ปัญหามลภาวะทางน้ำ เสียง และอากาศ

ดังจะเห็นได้จากผลงานที่สำคัญ ๆ ของท่านหลายประการ ดังนี้

  • การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย โดยจัดทำแผนบำบัดน้ำเสียใน 5 พื้นที่ คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เชียงใหม่ ภูเก็ต และสกลนคร ในระยะการทำงาน 5 ปี โดยดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ที่ชุมชนเมืองใหม่ แหลมฉบัง พัทยา เป็นต้น
  • การกำหนดให้มีการนำเชื้อเพลิงสะอาดมาใช้เป็นการลดปริมาณสารตะกั่วในน้ำมันเบนซินโดยเร่งรัด ให้มีการติดตั้งเครื่องกรองอากาศ (Catalytic Converters) สำหรับรถ 1600 ซีซีขึ้นไป และส่งเสริมการใช้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว โดยกำหนดอัตราภาษีน้ำมันที่มีผลต่อสภาวะแวดล้อมมากในอัตราที่สูงกว่า เพื่อสนับสนุนการใช้เบนซิน ไร้สารตะกั่วให้มากยิ่งขึ้น และการกำหนดให้รถโดยสารประจำทางใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อลดปัญหาควันดำ
  • เร่งรัดหน่วยงานให้มีการปฏิบัติ เพื่อแก้ไขลดมลพิษทางอากาศและเสียงอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ได้แก่หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบสภาพรถและจับกุมรถที่มีควันดำ และรถที่มีเสียงดัง โดยให้รายงานผลเป็นระยะ ๆ ทั้งยังได้แก้ไขร่างกฎหมายออกตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 สนับสนุนให้เอกชนจัดตั้งสถานตรวจสอบรถได้สะดวกยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน

การจัดตั้งสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ในปัจจุบันแม้นายอานันท์ ปันยารชุน กลับไปดำรงตำแหน่งประธานบริษัท สหยูเนียน จำกัด แล้วก็ตาม ท่านยังห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่ยังคงดำเนินต่อไป และทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ซึ่งจำเป็น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย นอกจากรัฐบาลแล้วบริษัทเอกชน และองค์กรเอกชนจะเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญยิ่ง ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ ท่านจึงจัดตั้งสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่มุ่งหวังหากำไรและทำหน้าที่เป็นองค์กร ด้านสิ่งแวดล้อมในการประสานประโยชน์ ระหว่างภาครัฐ เอกชน องค์กรเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ โดย ท่านดำรงตำแหน่งประธานสภาสถาบันฯ ซึ่งได้เปิดดำเนินการแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2536 ที่ผ่านมา สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาวิจัยในระดับนโยบายและเชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการภาคสนามที่เน้นช่วยท้องถิ่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และรวบรวมข้อมูลระดับหมู่บ้านเพื่อประกอบเป็นนโยบายระดับประเทศที่ได้ผลในทางปฏิบัติ รวมทั้งการจัดฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจโดยทั่วไป

กิจกรรมหลักที่สำคัญที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม (Thailand Business Council for Sustainable Development) เพื่อส่งเสริมให้นักธุรกิจมีส่วนร่วมในการเป็นผู้นำหลักในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับประเทศเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน โดยการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้อย่างเหมาะสม ได้ประโยชน์สูงสุด และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

โดยเหตุที่ นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้ทรงวุฒิ มีผลงานดีเด่นทั้งทางด้านวิชาการและวิชาชีพ และเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติเป็นส่วนรวม กอปรกับเป็นผู้มีคุณธรรมสูงควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญและถือเป็นแบบอย่าง สภาสถาบันเทคโนโลยีเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นเกียรติสืบไป

This site is registered on wpml.org as a development site. Switch to a production site key to remove this banner.