ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2500 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นลูกคนที่ 5 จากทั้งหมด 7 คน ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างยากจน คุณพ่อหาบกระเพาะปลาขาย ส่วนคุณแม่ทำสวนผัก ซึ่งนายทองมาได้กล่าว อย่างภาคภูมิใจว่า การประสบความสำเร็จในชีวิตนี้ต้องขอบคุณคุณพ่อ ที่เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแบบอย่าง ในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เด็ก
เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้ทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ โดยงานแรกๆ เป็นลูกจ้างร้านขายยา ต่อมาขายน้ำเก๊กฮวย น้ำจับเลี้ยง และเป็นช่างทำทอง แม้ว่าจะเป็นเด็กแต่เป็นผู้ที่รักความก้าวหน้า ดังนั้น เด็กชายทองมา จึงไปเรียนภาษาอังกฤษเองอยู่หนึ่งปี ต่อมาสามารถสอบเทียบจบชั้นประถมปีที่ 7 หรือ ป.7 ได้ภายในหนึ่งปี แล้วเรียนเพื่อสอบเทียบจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือ ม.ศ.3 เมื่อจบ ม.ศ.3 ไปสมัครเรียนศึกษาผู้ใหญ่ที่โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษา พญาไท ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คือ ม.ศ.4 และ 5 ซึ่งขณะนั้นยังทำงานเป็นช่างทอง เนื่องจากเป็นผู้มีความตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างสูงจึงมีผลการเรียนดีในระดับ ม.ศ.4 และ 5 โดยสอบได้ที่หนึ่ง เมื่อเห็นเพื่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จึงสนใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และสามารถสอบเข้าศึกษา (Entrance) ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเลือกเรียนสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ขณะนั้นมีเงินเก็บประมาณหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการศึกษาในระดับปริญญาตรี จึงคงทำงานที่ร้านทอง โดยขออนุญาตไปเรียนที่จุฬาฯ ในช่วงกลางวัน ช่วงเย็นประมาณสี่โมงถึงสองทุ่มกลับมาทำงานที่ร้านทอง เลิกทำงานกลับมานอนหอพักที่จุฬาฯ ทำลักษณะนี้อยู่ประมาณ 8 เดือน รุ่นพี่ที่หอพักทราบเรื่อง จึงช่วยขอทุนการศึกษาซึ่งระหว่างเรียนได้ทุน 3 ทุน เป็นเงินประมาณหมื่นกว่าบาท ยังขาดอีก 5,000 – 6,000 บาท ทางบ้านสามารถช่วยส่งเสียได้ จึงขอลาออกจากการทำงานเป็นช่างทอง แล้วมาเรียน จนสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การได้ทุนการศึกษา 3 ทุนระหว่างที่เรียนจุฬาฯ ทำให้นายทองมา ระลึกอยู่เสมอว่าทุนการศึกษาในช่วงที่เรียนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สามารถเรียนจนสำเร็จการศึกษา และประสบความสำเร็จได้ในวันนี้ นายทองมา จึงตั้งปณิธาน ในการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวนมากและอย่างต่อเนื่อง ทุนเหล่านี้มาจากบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายทองมาเป็น CEO หรือเป็นเงินส่วนตัวของนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
นายทองมาเริ่มต้นอาชีพวิศวกร ในปี พ.ศ. 2524 ที่บริษัท พี.ซี.เอ็ม (ประเทศไทย) ตำแหน่งวิศวกรสนาม และปี พ.ศ. 2525 ได้ย้ายไปอยู่บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ตำแหน่งวิศวกรประจำสำนักงาน ต่อมาราวปี พ.ศ. 2527 ตัดสินใจทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ด้วยความเป็นวิศวกรมาก่อนจึงรู้รายละเอียดทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง ตั้งแต่ประเมินราคา ควบคุมราคาการก่อสร้าง จนถึงคัดเลือกทำเลที่ดิน ทำให้โครงการต่างๆ สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพสูงจนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งให้ควบคุมโครงการใหญ่ๆ เช่น โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ไซโลโรงปูนของบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ดิโอลด์สยามพลาซ่า เป็นต้น ประสบการณ์ช่วงดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยทำให้ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา ได้รับการยอมรับในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ว่าเป็น “มือชั้นเซียนด้านบริหารที่ดิน”
ผลงานดีเด่น
- ผลงานทางวิชาการ
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากต่างประเทศมาใช้ในการก่อสร้างบ้านในประเทศไทยตั้งแต่อดีต จนทำให้ปัจจุบันบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบการชั้นนำในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยีก่อสร้างด้วยคอนกรีตหล่อสำเร็จ พฤกษา พรีคาสท์ และลงทุนก่อสร้างโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับก่อสร้างบ้านและอาคารคอนกรีตที่ทันสมัย
การดำเนินโครงการบ้านด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป Fully Pre-fabrication เป็นนวัตกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย โดยสรรหาเทคนิคการก่อสร้างใหม่ๆ ทั้งจากภายในและต่างประเทศ ที่มุ่งเน้นให้มี การนำชิ้นส่วนสำเร็จรูปมาใช้ในงานก่อสร้างมากขึ้น ควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า และที่สำคัญคือใช้เวลาในการก่อสร้างลดลง เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยให้แก่ลูกค้าได้ตามแผนงาน ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการทำบันไดสำเร็จรูป เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสำเร็จรูป ฉากกั้นอาบน้ำสำเร็จรูป เคาน์เตอร์ครัวสำเร็จรูป รั้วเหล็กและราวกันตกสำเร็จรูป วงกบสำเร็จรูป เป็นต้น
โครงการบ้านได้พัฒนาประสิทธิภาพโดยใช้กระบวนการสร้างบ้านแบบ REM (Real Estate Manufacturing) ด้วยการปรับปรุงการทำงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่การหาซื้อที่ดินจนถึงการส่งมอบบ้าน การนำระบบ REM มาใช้ ในการสร้างบ้านคล้ายกับรูปแบบการผลิตรถยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายที่ทำให้สามารถสร้างเสร็จ ทุก 15 วันต่อหลัง กับโครงการกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ เพื่อทำให้คุณภาพบ้านดีขึ้นและก่อสร้างเร็วขึ้น ลดปัญหาด้านแรงงานได้ และช่วยทำให้รอบธุรกิจหมุนเร็วขึ้นสามารถส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้เร็วขึ้นด้วย ระบบการก่อสร้างบ้าน REM ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะผลักดันให้บริษัทไปสู่เป้าหมายยอดขายหนึ่งแสนล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ ยังพัฒนาห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อให้ได้รูปแบบที่สวยงาม มีคุณภาพดีขึ้น ตลอดจนสามารถส่งมอบงานได้รวดเร็ว ลดปัญหาจากการใช้งานรวมทั้งการขาดแคลนแรงงานและปัญหาแรงงานไร้ฝีมือ
สำหรับการก่อสร้างอาคารสูง บริษัทได้ศึกษาวิธีการจากต่างประเทศทั้ง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น หรือประเทศในกลุ่มยุโรป และว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาเทคนิคในการก่อสร้างอาคารสูง ให้เป็นระบบอาคารสำเร็จรูปมากขึ้น (Fully Precast Building) จนสามารถดำเนินการก่อสร้างอาคาร 8 ชั้นแล้วเสร็จภายใน 120 วัน ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดการก่อสร้างอาคารคอนกรีตที่ต้องใช้เวลาเป็นปีหรือปีกว่าๆ ให้เหลือเพียงไม่กี่เดือน ทำให้เจ้าของอาคารเข้าใช้ประโยชน์จากอาคารได้เร็วกว่าวิธีการเดิมอย่างมาก
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประสบความสำเร็จการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างสูง จึงได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษให้แก่องค์กร/สถาบัน/หน่วยงานต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เครือธนาคารกสิกรไทย เป็นต้น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้าง ตลอดจนวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์
- ผลงานทางวิชาชีพซึ่งแสดงถึงความสำเร็จอันเป็นแบบอย่างที่ดี
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ มีหลักการที่ยึดถือมาตลอดทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ได้แก่ หลักธรรมะเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจ ศีล คือการไม่เบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นกายชอบ วาจาชอบ ใจชอบ หรือการไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งลูกค้าและคู่ค้า มีใจรักเมตตาอยากจะสร้างบ้านดีๆ มีสติรับรู้รูปธรรม-นามธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากมีบ้าน ไม่เอาเปรียบ นำของคุณภาพไม่ดีมาให้ลูกค้า พยายามสร้างบ้าน ให้มีคุณภาพแข็งแรง และมองไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ยังตระหนักดีว่าการคอร์รัปชั่นส่งผลร้ายและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความ ไม่เป็นธรรมในทางธุรกิจ ส่งผลเสียทั้งด้านจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขันของกิจการ จึงกำหนดนโยบายในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และมีแนวทางปฏิบัติที่จะก่อให้เกิดผลอย่างชัดเจนในบริษัทฯ เช่น พนักงานมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแสหากมีการทุจริต โดยมีรางวัลให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2552 นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ในฐานะ CEO ของบริษัท พฤกษาฯ มีส่วนสำคัญในการนำบริษัทพฤกษาฯ ก้าวขึ้นเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของเมืองไทย มียอดจองสูงถึง 22,775 ล้านบาท และรายได้ 19,033 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดจองและรายได้ที่สูงสุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนั้น
- ผลงานที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ กำหนดนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเน้นทั้ง CSR in Process และ CSR after Process มีความรับผิดชอบในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและบริการที่ดี พร้อมทั้งการตอบแทนกลับสู่สังคม โดยจัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ชุมชน สังคม และประเทศชาติมากมาย กิจกรรมดังกล่าวมีทั้งดำเนินการ ในนามส่วนตัวและบริษัทพฤกษาฯ ที่นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เป็น CEO อยู่ เช่น
โครงการ “ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ เพื่อส่งเสริมศาสนา การศึกษา และสังคม” ให้กับองค์การ/มูลนิธิ/ สถาบันการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553–ปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2560 นับเป็นปีที่ 8 ซึ่งนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ได้บริจาคเงินส่วนตัวเพื่อสนับสนุนด้านต่างๆ ดังนี้ ด้านศาสนา บริจาคเงินสนับสนุนให้กับ มูลนิธิมายา เพื่อเผยแผ่ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้านการศึกษา มอบเงินสนับสนุนให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อก่อสร้างอาคารเรียน พัฒนาห้องปฏิบัติการ และเป็นทุนการศึกษาให้กับนิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้านสังคม มอบเงินสนับสนุนให้กับมูลนิธิธรรมรักษ์ (วัดพระบาทน้ำพุ) มูลนิธิสวนแก้ว องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และมูลนิธิสุธาสินี-น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน (บ้านโฮมฮัก) เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาเยาวชนผู้ด้อยโอกาส รวมมูลค่ากว่า 151 ล้านบาท
โครงการ “ทุนพฤกษา” ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อส่งเสริมเยาวชนในหลากหลายกลุ่ม หลายระดับการศึกษา เช่น บุตรลูกค้า บุตรพนักงาน และเยาวชนในชุมชน ในระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาโท โดยช่วยเหลือและสนับสนุนด้านทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนไปแล้วรวม 5,509 ทุน มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท
โครงการ “การสร้างแหล่งเรียนรู้นวัตกรรมทันสมัยระดับโลก” โดยเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆ และองค์กรชั้นนำ เข้าศึกษาเยี่ยมชมและเรียนรู้เทคโนโลยีก่อสร้างบ้านสมัยใหม่ การผลิต แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีขนาดใหญ่และทันสมัย ในโครงการ “Pruksa Precast Factory Learning Center”
เพื่อเสริมสร้างงานนวัตกรรมอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมให้มากยิ่งขึ้น นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัทพฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้มอบรางวัล 50 รางวัล รวมมูลค่า 5.7 ล้านบาท แก่ผู้ชนะเลิศจากการประกวด “Pruksa Innovation Awards 2016” ซึ่งเป็นกิจกรรมการแข่งขันผลงานด้านนวัตกรรมของพนักงานพฤกษาที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พนักงานและผู้บริหาร ได้ร่วมกันคิด สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลงานและนวัตกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการทำงานของพฤกษา ทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมุ่งพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งในด้านคุณภาพ หรือการบริการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
จากวิสัยทัศน์ ความรู้ ประสบการณ์ ความมุ่งมั่น ตลอดจนอุดมการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์กับบุคคลอื่นในสังคม การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส นำไปสู่ความสุขในชีวิตและความสำเร็จทางธุรกิจ เป็นแบบอย่างที่ดีของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและตอบแทนกลับให้กับสังคมส่วนรวม จึงนับว่า นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เป็นบุคคลตัวอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องและสรรเสริญ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมีมติ ให้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา เพื่อเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูลสืบไป