ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล
สาขาวิชาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๖ คน บิดาและมารดาได้อพยพ จากประเทศจีนมายังประเทศไทย โดยวัยเด็ก ดร.สมชัย อาศัยอยู่กับครอบครัวที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ด้วยอุปสรรคทางการสื่อสารและฐานะที่ยากจน ทำให้ความเป็นอยู่ขณะนั้นยากลำบาก บิดา มารดา ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูบุตรและธิดา เมื่อ ดร.สมชัย อายุ ๗ ขวบ บิดาเสียชีวิต ทำให้มารดาต้องเลี้ยงดูครอบครัวเพียงผู้เดียว ด้วยมารดาเห็นความสำคัญของการศึกษาและเพื่อให้ ดร.สมชัย ได้เรียนหนังสืออย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจส่งไปศึกษาที่โรงเรียนประจำ ระดับประถมศึกษาในจังหวัดอุดรธานี และระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดราชบุรี โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสถานศึกษาให้เล่าเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ด้วยความวิริยอุตสาหะท่านได้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ระดับปริญญาโท สาขาการจัดการ ภาครัฐและเอกชน คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ และระดับปริญญาเอก สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
การเริ่มต้นธุรกิจ
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ได้สอบบรรจุเป็นพนักงานที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยทำงานได้ระยะหนึ่งและลาออกเพื่อเริ่มต้นประกอบธุรกิจของตนเอง คือ การรับดัดท่อทองแดง ต่อมาได้ขยายกิจการรับจ้างฉีดขึ้นรูปงานพลาสติก การดำเนินธุรกิจพบอุปสรรครุนแรง ถึงสองครั้ง แต่ด้วยความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และความตั้งใจว่าหากเริ่มการใดแล้วต้องกระทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ประกอบกับคุณลักษณะที่มีความเป็นผู้นำสูง กล้าตัดสินใจ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ จึงมีเพื่อนจำนวนมาก และสนิทสนมกับทีมงานอย่างดี ทำให้กิจการเติบโตและมั่นคงในระดับหนึ่ง นอกจากเก็บเกี่ยวเรียนรู้หาประสบการณ์จากการลองผิดลองถูกแล้วยังขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม โดยเข้าศึกษา ในระดับปริญญาโทเพื่อนำความรู้มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ และเมื่อเห็นว่าสถานะการดำเนินงานของบริษัทมีความพร้อม จึงตัดสินใจนำ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยขณะนั้นประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วน และพัฒนาเป็นการรับจ้างประกอบเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องแช่แข็งอาหารขนาดใหญ่ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องกดน้ำดื่ม และขยายธุรกิจมาประกอบตู้เก็บเครื่องมือขนาดใหญ่ งานเหล็กขึ้นรูปเพื่อทำชิ้นส่วนงานรถยนต์ รวมทั้งการผลิตแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกสำหรับชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น Smartphone, Tablet, Digital Camera เป็นต้น โดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออกให้แก่บริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้น นับจากเริ่มเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจได้เติบโตจากยอดขายประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท เป็นมากกว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า ๑๐ เท่าในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ทำให้ในปีดังกล่าว ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ได้รับรางวัล The Best CEO จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้รับรางวัล Outstanding CEO Awards 2020 นอกจากนี้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ บริษัทฯ ได้รับรางวัล Outstanding Company Performance Awards 2012 และในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้รับรางวัล Best Company Performance Awards 2020 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล บริหารจัดการองค์กรโดยมีเป้าหมาย คือ องค์กรต้องเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ ดร.สมชัย มีแนวคิดที่จะคืนกำไรสู่สังคม จากการดำเนินงานโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือการทำ CSR-After Process ได้แก่ การให้ทุนการศึกษาแก่บุตร ธิดา ของพนักงาน และนักศึกษาที่ด้อยโอกาส รวมทั้งการซื้อทรัพย์สินเพื่อบริจาค บำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ปัจจุบันบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการทำ CSR-In Process ซึ่งสร้างความยั่งยืนให้ทั้งบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ เช่น โครงการโรงงานในโรงเรียน และโรงเรียนในโรงงาน หนึ่งในกระบวนการสร้างคนอันเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร โดยการลงทุนนำเครื่องจักรที่ทันสมัยไปจัดตั้งในสถานศึกษาให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะ เพื่อเตรียมความพร้อมให้มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน เรียนรู้ทักษะการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตที่หน้างานจริงในสถานประกอบการ ฝึกฝน ทั้งวินัย กระบวนการทางความคิด ความรู้เรื่องการเงิน การลงทุน และการตลาด ให้พร้อมสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต สามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และช่วยพัฒนาสังคมต่อไป โดยตั้งแต่เริ่มโครงการสามารถช่วยคนได้มากกว่าหนึ่งพันคน และได้มอบทุนการศึกษาโดยไม่มีภาระผูกพันมากกว่าหนึ่งร้อยทุน และได้กำหนดเป็นนโยบายบริษัทฯ ในการสนับสนุนเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการมอบทุนการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท จำนวน ๓๐๐ ทุนต่อปีการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีโครงการนักศึกษาทุนร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยบริษัทฯ ได้มอบทุนตลอดการศึกษาให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ปีการศึกษา ๒๕๕๕-๒๕๖๐ รวม ๑๐๑ คน และปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๕ มีนักศึกษาในโครงการนักเรียนทุนตามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารวม ๑๙๐ คน เป็นระดับปริญญาตรี ๑๕๖ คน และระดับปริญญาโท ๓๔ คน โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายร่วมกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้มีองค์ความรู้รอบด้าน สามารถนำความรู้และทักษะที่มีไปประยุกต์ใช้ในการทำงานกับสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรมได้จริง ซึ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างมีนวัตกรรมและมั่นคง เช่น เมื่อนักศึกษาทุนในโครงการสำเร็จการศึกษา บริษัทฯ จะพิจารณารับเป็นพนักงาน และกำหนดให้มีหน้าที่ที่เหมาะสมกับงาน ได้ใช้ความรู้ และเรียนรู้จากประสบการณ์ เพื่อโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง สามารถพัฒนากระบวนการผลิต คิดค้นต่อยอดนวัตกรรม ซึ่งบริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้พนักงานกลุ่มนี้เข้าร่วมโครงการยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็น Industry 4.0 ร่วมกับสถานประกอบการอื่น โดยเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบการที่ได้พนักงานที่มีความรู้และทักษะเข้าร่วมงาน และเป็นประโยชน์ต่อพนักงานเองในการสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งเป็นการขยายผลกระทบเชิงบวกสู่สังคมควบคู่กันไป
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเพื่อให้การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับ ดร.สมชัย ได้รับมอบหมายจาก EEC-HDC ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
– ประธานคณะกรรมการ คณะกรรมการนโยบายศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้ด้านเมคคาทรอนิกส์ (ENMEC) EEC-HDC
– ประธานคณะทำงาน คณะทำงานดำเนินการขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ EEC-HDC
– ประธานคณะทำงาน คณะทำงานดำเนินการขับเคลื่อนโครงการฝึกอบรมในมาตรการพิเศษชะลอการว่างงาน ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) EEC-HDC
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล จึงริเริ่มโครงการ SNC ARAI Academy (A: Automation, R: Robot, A: Artificial intelligence, I: Industrial Internet of Things) และ Handyman Garage เพื่อขยายผลโครงการโรงเรียนในโรงงานให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและส่งเสริมนวัตกรรมร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร รวมถึงบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในเรื่องการส่งเสริม ๑๐ อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) โครงการ SNC ARAI Academy เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการพลิกโฉมพื้นที่โรงงาน ๒ ชั้น ขนาด ๒,๐๐๐ ตารางเมตร ให้เป็น Mini Factory ที่มีการติดตั้งสายการผลิต ห้องควบคุม วางเครื่องจักร หุ่นยนต์ อุปกรณ์ที่ทันสมัย มุ่งสู่ Industry 4.0 และสามารถผลิตเพื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้จริง โดยชั้นที่ ๑ ของ ARAI Academy ประกอบด้วย สายการผลิตซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แก่ สายการผลิตฉีดขึ้นรูปพลาสติก งานดัด เชื่อม ล้าง ท่อทองแดง ทองเหลือง และท่ออลูมิเนียม งานตัด พับ ขึ้นรูป เชื่อม เหล็ก งานประกอบชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ โดยภายในโรงงานมี Automated Guided Vehicle (AGV) เคลื่อนที่เพื่อส่งวัตถุดิบเข้าสายการผลิต และรับสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วไปวางที่ Intelligent Warehouse หรือเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างอาคารด้วย Autonomous Electric Vehicle (AEV) เพื่อรอการจำหน่ายตามคำสั่งซื้อของลูกค้า รวมถึง มีห้อง Robot Room เพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์การใช้งาน สร้าง ซ่อม ประกอบ หุ่นยนต์ ให้บุคลากรทั้งในและนอกองค์กร ส่วนชั้นที่ ๒ ประกอบด้วย ห้อง Control Room ซึ่งมีหน้าจอแสดงผลการผลิตแบบทันที (Real- time) สามารถใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถานะ แนวทางการดำเนินงานได้ตลอดเวลา รวมถึงมีห้อง CNC Room 3-D Printer และ Training Room เพื่ออบรมและฝึกฝนทักษะให้เกิดความเชี่ยวชาญ ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ สำหรับ Handyman Garage เป็นโรงงานขนาด ๘๐๐ ตารางเมตร ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ค้นคว้าและวิจัยพัฒนาของพนักงาน มีเครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตที่ใช้ในการสร้าง ซ่อม ครบถ้วน เปิดกว้างให้พนักงานเสนอแนวความคิดในการพัฒนาตนเอง และพัฒนาประสิทธิภาพของสายการผลิตอย่างมีนวัตกรรม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕
เพื่อเป็นการต่อยอดให้เห็นเชิงประจักษ์ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายผลโดยนำเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ที่ได้เรียนรู้และพัฒนาแล้วใน ARAI Academy ได้แก่ หุ่นยนต์ CNC AGV Intelligent Warehouse และ Platform เข้าไปประยุกต์ใช้ในสายการผลิตขนาดใหญ่ของบริษัทในเครือทั้งหมด ๓ บริษัท โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น สินค้ามีคุณภาพตามมาตรฐานไม่บกพร่อง และลดต้นทุนการผลิต บริษัทฯ มีเป้าหมายจะขยายผลความสำเร็จนี้ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมหรือบริษัทที่ใช้เครื่องจักรใกล้เคียงกัน โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายที่ จะทำงานร่วมกับบริษัทที่ประกอบกิจการอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอยู่ในพื้นที่ EEC จำนวน ๓ บริษัท เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีความพร้อมในเรื่องทรัพยากร รวมถึงการบริหารจัดการงานอย่างเป็นระบบและโปร่งใส สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ กระบวนการผลิตที่ยกระดับเป็น Industry 4.0 ด้วยราคาที่คุ้มค่าต่อการลงทุน พร้อมผลประกอบการที่มีกำไรสูงขึ้น และสร้างผลกระทบในวงกว้างให้กับสังคมผ่านผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕
ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้จากการปฏิบัติ สามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงจัดทำโครงการก่อสร้าง ARAI Academy บนพื้นที่กว่า ๓๕ ไร่ บริเวณภายนอกบริษัทฯ เพื่อให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ที่ตั้งอยู่ใจกลางอาคารปฏิบัติการ จำนวน ๔ อาคาร มีการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นพื้นที่สีเขียว ล้อมรอบด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด สร้างบรรยากาศให้ผู้เข้ารับการอบรมเสมือนได้มาศึกษาและฝึกอบรมอยู่ในผืนป่า ที่สวยงาม เป้าหมายของโครงการ คือ การแบ่งปันความรู้ให้กับสถานประกอบการขนาดย่อมและขนาดกลางรวมถึงบุคคลภายนอก เข้ามาศึกษา ฝึกอบรม และลงมือปฏิบัติจริง โดยคาดหวังให้ผู้บริหารระดับสูง เช่น ผู้ก่อตั้ง ประธานบริหารฝ่ายการผลิต ฝ่ายการเงิน และพนักงานบริษัทผู้ลงมือปฏิบัติ ร่วมศึกษาผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถพัฒนาสายการผลิตให้เป็น Industry 4.0 เมื่อผ่านการศึกษาและฝึกอบรมแล้ว สถานประกอบการสามารถพิจารณาการนำเครื่องจักร หุ่นยนต์ Intelligent Warehouse และระบบ ERP ไปประยุกต์ใช้กับสายการผลิตของตนเองในต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ในภาคอุตสาหกรรม และเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ด้วย บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล จึงให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีโครงการวิจัยพัฒนาสายการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับลูกค้า คู่ค้า เช่น เครื่องปรับอากาศ R-32 Super High EER ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และใช้สารทำความเย็นที่ไม่เป็นอันตรายต่อชั้นบรรยากาศ รวมถึงเครื่อง กดน้ำดื่มอัตโนมัติ ที่ช่วยลดปริมาณการใช้ขวดพลาสติก หรือการนำน้ำที่เกิดจากการใช้งานในสายการผลิต วนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น การช่วยลดความร้อนบนหลังคา หรือ รดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาด และจากแนวคิดของ ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ที่ต้องการเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน โดยเชื่อว่า “ผลลัพธ์ที่ดี ย่อมเกิดจากความเป็นอยู่ที่ดี” จึงสร้าง SNC Park บนพื้นที่กว่า ๕ ไร่ ประกอบด้วย บ้านไม้เรือนไทย ๒ หลัง เรือนไม้ร้านกาแฟ ๑ หลัง และเรือนไม้ฟิตเนส ๑ หลัง เพื่อให้พนักงานได้ใช้เป็นสถานที่ทำงาน สถานที่ออกกำลังกาย พื้นที่ล้อมรอบด้วยไม้ผลหลากหลายชนิด ไม้พุ่มขนาดกลาง และ น้ำตกที่ไหลลงสู่สายธารรอบบริเวณ ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๔
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล เห็นถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำ ทั้งในการประกอบธุรกิจ และการแบ่งปันให้สังคมบริเวณโดยรอบ จึงจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของบริษัท โดยปัจจุบันได้ขุดบ่อจำนวน ๓ บ่อ มีปริมาตรน้ำสุทธิประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และจัดให้มีโครงการน้ำดื่ม ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า ๓๐,๐๐๐ ขวดต่อวัน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก โดยจัดทำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Rooftop ปัจจุบันมีการติดตั้งบนหลังคาโรงงานจำนวน ๓.๔ เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า รวมถึงเป็นโครงการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ด้วย โดยในปี ๒๕๖๔ คำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นจำนวน ๑,๖๔๘ ตันคาร์บอน
ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของพนักงานและสังคม โดยช่วงที่มีการระบาดรุนแรง หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นต่อทุกคนอย่างมาก แต่มีไม่เพียงพอกับความต้องการ และมีราคาสูง ดร.สมชัย ตัดสินใจสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยขึ้นภายในพื้นที่โรงงาน (ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓) ด้วยกำลังการผลิตกว่า ๔๐,๐๐๐ ชิ้นต่อวัน เพื่อบริจาคให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยผ่านกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ กองทัพ สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการต่างๆ ปัจจุบันได้บริจาคหน้ากากอนามัยให้กับหน่วยงานต่างๆ มากกว่า ๕ ล้านชิ้น และผลิตเพื่อแจกให้กับพนักงานบริษัทฯ กว่า ๓,๐๐๐ คน มาโดยตลอดตั้งแต่สร้างโรงงานเสร็จจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและเพื่อลดความรุนแรงของ โรค COVID-19 ดร.สมชัย ได้ให้บริษัทฯ จัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้กับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร โดยจัดสรรให้กับพนักงานทุกคน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ มีพนักงานได้รับวัคซีนครบอย่างน้อย ๒ เข็ม จำนวน ๒,๖๘๑ คน และบุคคลจากชุมชม รวมถึงญาติของพนักงาน จำนวน ๔๑ คน รวมทั้งสิ้น ๒,๗๒๒ คน ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่มีอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและทั่วโลก ทำให้สถานพยาบาล ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย ดร.สมชัย ให้จัดสร้างโรงพยาบาลสนามขึ้นในโรงงาน โดยเรียกว่า โรงพยาบาลสนาม SNC สามารถรองรับผู้ป่วยสีเขียวได้ ๘๐ เตียง และบริษัทฯ ได้จัดสร้างโรงพยาบาลสนาม SNC แห่งที่ ๒ ในพื้นที่ของโรงพยาบาลนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง สามารถรองรับผู้ป่วยสีเขียวได้ ๑๙๘ เตียง โดยเป็นผู้ป่วยชาย ๙๙ เตียง ผู้ป่วยหญิง ๙๙ เตียง และห้องพักผู้ป่วยสีเหลือง ๙ เตียง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด ๕ ลิตร โดยภายในโรงพยาบาลมีการติดตั้ง AGV เพื่อทำหน้าที่ส่งอาหารและยาแทนบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส ติดตั้งกล้อง CCTV สำหรับติดตามดูอาการผู้ป่วยและเฝ้าระวังความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอก รวม ๓๐ จุด มีการจัดห้อง Control Room สำหรับทีมแพทย์เพื่อใช้ในการควบคุมรถ AGV และติดตามอาการผู้ป่วยตลอด ๒๔ ชั่วโมง
การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรม
ด้วยการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับบรรษัทภิบาลของตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล Excellence CG Scoring in Corporate Governance Report of Thai Listed Companies ๕ ดาว (ระดับดีเลิศ) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยมาอย่างต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบัน รวมถึงได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส NACC Integrity Awards 2011 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากการดำเนินงาน ที่ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น และมีธรรมาภิบาลในปี พ.ศ. ๒๕๕๔
จากวิสัยทัศน์ ความรู้ ประสบการณ์ ความมุ่งมั่น ตลอดจนอุดมการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์กับบุคคลอื่นในสังคม การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส นำไปสู่ความสุขในชีวิตและความสำเร็จทางธุรกิจ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและสร้างคุณูปการตอบแทนให้สังคมและส่วนรวม จึงนับว่า ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล เป็นบุคคลตัวอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องและสรรเสริญให้ปรากฏ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมีมติให้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป