ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

รองศาสตราจารย์เกษม เพชรเกตุ
กำเนิดนักวิชาการผู้มุ่งมั่น
รศ.เกษม เพชรเกตุ เกิดและเติบโตในยุคที่ประเทศฟื้นตัวจากความยากลำบากภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิทยาศาสตร์ของไทย ในสภาวะแวดล้อมดังกล่าว ท่านเลือกเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคแต่เปี่ยมด้วยคุณค่าต่อแผ่นดิน – เส้นทางของ “ครู วิศวกร และนักวิจัย” ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ที่ไม่เป็นเพียงศาสตร์ของโครงสร้าง แต่ยังเป็นศิลป์ของการวางรากฐานให้ประเทศชาติพัฒนาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่วันแรกที่จบการศึกษาในปี พ.ศ. 2514 ได้เริ่มงานเป็น “ครูตรี” ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางแห่งปัญญาอันยาวนานและเปี่ยมด้วยคุณูปการ
เส้นทางแห่งความวิริยะ อุตสาหะ และจิตวิญญาณของครู
รศ.เกษม เพชรเกตุ มิใช่เพียงผู้สอนวิศวกรรม แต่เป็นผู้นำด้านการวิจัยและการพัฒนาวิชาการ ทำหน้าที่ทั้งอาจารย์ นักวิจัย นักบริหาร และที่ปรึกษาทางเทคนิคอย่างรอบด้าน ด้วยความมุ่งมั่นไม่เคยลดละ เส้นทางของการอุดมศึกษาเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งอาจารย์ระดับต้นไปจนถึงรองศาสตราจารย์ ระดับ 9 ซึ่งแต่ละขั้นไม่เพียงเติบโตในตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ นอกจากนี้ ในบทบาท รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ท่านได้พัฒนาระบบการเรียนการสอน ส่งเสริมงานวิจัย และสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมโยธา จนเป็นหนึ่งในภาควิชาชั้นแนวหน้าของประเทศ
บทบาทผู้นำงานวิจัยแห่งแผ่นดิน: นวัตกรรมเสาเข็มดินซีเมนต์
หนึ่งในผลงานที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง “งานวิจัยด้านเสาเข็มดินซีเมนต์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาฐานรากในพื้นที่ดินอ่อนและชายฝั่งทะเล จุดเปลี่ยนสำคัญของงานวิจัยนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2534 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร “งานนิทรรศการเทคโนโลยีครั้งที่ 6” และทรงสนพระราชหฤทัยในผลงานเสาเข็มดินซีเมนต์ ทรงซักถามถึง การประยุกต์ใช้งานนานถึง 45 นาที นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในชีวิตของ รศ.เกษม และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดงานวิจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณค่า โดยในเวลาต่อมากรุงเทพมหานคร ได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้ภาควิชาวิศวกรรมโยธาดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การใช้เสาเข็มดินซีเมนต์ในหลายโครงการสำคัญ อาทิ ถนนสายบางขุนเทียน–ชายทะเล การป้องกันน้ำท่วม การปรับปรุงคุณภาพดิน การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเค็ม รวมถึงโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ
เสาหลักของวิชาชีพและการพัฒนาเชิงนโยบาย
โลกของวิศวกรรมโยธา ไม่ได้นับเฉพาะงานก่อสร้างที่มีความสำคัญยิ่ง ยังมีกรอบความคิด การวางมาตรฐาน และการพัฒนาเชิงนโยบายซึ่งมีบทบาทสำคัญเช่นกัน รศ.เกษม เพชรเกตุ ไม่ได้เป็นเพียงนักวิชาการ ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางวงการวิศวกรรมโยธาระดับประเทศ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ท่านมีบทบาทในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหลายองค์กรระดับชาติ อาทิ
- กรรมการในคณะอนุกรรมการสภาวิศวกร
- กรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานด้านวิศวกรรมฐานราก กรมโยธาธิการ
- กรรมการพิจารณาแบบโครงการรัฐสำคัญ เช่น สนามบิน รถไฟฟ้า เขื่อนป้องกันน้ำทะเล และโครงการก่อสร้างในพื้นที่ดินอ่อน
การตัดสินใจและคำแนะนำของท่านส่งผลกระทบเชิงบวกต่อความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยของประชาชนทั่วประเทศ
วิศวกรรมเพื่อสังคม: บทบาทที่ปรึกษาและจิตสาธารณะ
รศ.เกษม เพชรเกตุ มีความตั้งใจแน่วแน่ในการนำความรู้ไปสู่ประชาชนและชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือพื้นที่ชนบท โดยให้คำปรึกษาโครงการขุดลอกคูคลอง ป้องกันดินพัง และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานแก่ชุมชนตามแนวชายฝั่งทะเลในจังหวัดภาคกลางและภาคใต้ หรือเมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น สึนามิ น้ำท่วม ดินทรุด จะได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาทันที โดยจะลงพื้นที่สำรวจ วิเคราะห์ และให้ข้อเสนอแนะทางวิศวกรรมที่ตรงจุดและใช้งานได้จริง
ศิษย์เป็นเครื่องพิสูจน์ครู: ต้นแบบความเมตตาและวินัย
รศ.เกษม เพชรเกตุ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ครูต้นแบบ” ไม่ใช่เพียงเพราะความรู้ แต่เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยเมตตา วินัย และจิตวิญญาณของความเสียสละ ศิษย์กล่าวตรงกันว่า ท่านคือครู “ดุแบบมีเหตุผล เข้มแบบมีเป้าหมาย และเมตตาแบบพ่อคนหนึ่ง” ความรักในการสอนของท่านสะท้อนผ่านการอธิบายที่ลุ่มลึก ใช้หลักธรรมะที่เข้าใจง่าย และการส่งเสริมให้ศิษย์คิด วิเคราะห์ มากกว่าการท่องจำ บัณฑิตหลายคนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ กล่าวว่า “สิ่งที่ได้รับจาก อาจารย์เกษม ไม่ใช่แค่วิชา แต่คือวิธีคิดและการใช้ชีวิต”
เกียรติคุณที่คู่ควร
ด้วยคุณูปการอันยิ่งใหญ่ตลอดชีวิตการทำงาน รศ.เกษม เพชรเกตุ ได้รับรางวัลและการยกย่อง ในระดับชาติและนานาชาติ อาทิ
- รางวัล (มดดีเด่น) จากสมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปี พ.ศ. 2540
- รางวัล Academic Excellence Award 2000 จากโครงการ Thailand-Australia Science & Engineering Assistance Project (TASEAP) ประเทศออสเตรเลีย ปี พ.ศ. 2543
- ศิษย์เก่าดีเด่น สาขาวิชาชีพวิศวกรรม ปี พ.ศ. 2549 จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- รางวัลคนดีศรีหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ. 2556
นอกจากนี้ ผลงานวิจัยของท่านยังได้รับการอ้างอิงในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และเป็นต้นแบบของงานวิจัยต่อยอดมากมาย
ความยิ่งใหญ่ของผู้ปิดทองหลังพระ
แม้เวลาจะล่วงเลยกว่าครึ่งศตวรรษ นามของ รศ.เกษม เพชรเกตุ ยังเป็นที่จดจำเปรียบเสมือน “บิดาแห่งเสาเข็มดินซีเมนต์ไทย” และ “ครูของครูในวิศวกรรมโยธา” สิ่งที่ท่านสร้างไว้ไม่ใช่เพียงโครงการ ไม่ใช่เพียงตำรา หรือบทความวิจัย แต่เป็น “รากฐานทางปัญญาและคุณธรรม” ที่มั่นคง ตรงไปตรงมา และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ในวันที่ความรู้คือพลัง และคุณธรรมคือหัวใจของการพัฒนา ท่านได้พิสูจน์แล้วว่า การเป็น “ครู” ที่ดีไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่งหรือเงินเดือน แต่เป็นการสร้างคน สร้างสังคม และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน
รศ.เกษม เพชรเกตุ คือ หนึ่งในเสาหลักด้านวิศวกรรมโยธาของชาติ ที่สมควรแก่การเชิดชูอย่างแท้จริง
จากผลงาน ประสบการณ์ ความมุ่งมั่น อดทน และเสียสละทั้งในการสอน การถ่ายทอดและการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธา โดยเฉพาะเสาเข็มดินซีเมนต์ จากงานวิจัยไปสู่การนำไปใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในประเทศ รวมทั้งยังเป็นผู้อุทิศตนเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงนับว่า รศ.เกษม เพชรเกตุ เป็นบุคคลตัวอย่างที่สมควรได้รับ การยกย่องและสรรเสริญให้ปรากฏ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการประชุมครั้งที่ 313 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 จึงมีมติให้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา เพื่อเป็นเกียรติสืบไป