ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ
สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรชีวภาพ
นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ เป็นลูกชาวสวนในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอายุ 58 ปี สำเร็จการศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกษตร) สาขาโรคพืช จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2526 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการงานถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรและวิสาหกิจชุมชน หน่วยบริการเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาชนบท ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ เริ่มทำงานที่บริษัท สุราทิพย์นครกาญจนา จำกัด อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2527 ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตปุ๋ยหมัก ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ได้เข้าทำงานกับโครงการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ภายใต้ความรับผิดชอบของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมเกษตร ณ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ทำหน้าที่ส่งเสริมอาชีพเกษตรอุตสาหกรรมให้กับเกษตรกรในโครงการฯ อีก 4 เดือนต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการ ดูแลรับผิดชอบทั้งการส่งเสริมพืชเกษตรและการผลิตแปรรูปผลผลิตการเกษตรในระดับอุตสาหกรรม นับเป็นการทำงานในลักษณะที่เป็น องค์รวมของระบบอุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลไกการพัฒนานาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในหมู่บ้านเป้าหมายของโครงการพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร
จากประสบการณ์ในการทำงานกับเกษตรกรในโครงการหลวงฯ นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ ได้เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร บนข้อจำกัดที่มีอยู่มาก เนื่องจากเกษตรกรไม่มีพื้นฐานการทำเกษตรกรรมในระบบเกษตรอุตสาหกรรม ทั้งในเรื่องความรู้ด้านเทคนิคในการปลูกพืชการบริหารจัดการเวลาเพื่อส่งผลผลิตเข้าแปรรูปในโรงงานตามแผนการผลิต และการจัดการทรัพยากรต่างๆ ของตนเอง รูปแบบหลักในการสร้างความรู้ความสามารถให้กับเกษตรกร คือ การสาธิตการใช้เทคโนโลยีการเกษตรในลักษณะของแปลงทดสอบซึ่งบางครั้งผลก็ออกมาดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เหตุปัจจัยหนึ่งคือ ความไม่เหมาะสมของเทคโนโลยีกับพื้นที่ จึงจำเป็นต้องประยุกต์และปรับปรุงแก้ไขเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเงื่อนไขต่างๆ ในพื้นที่นั้น ซึ่งต่อมาได้นิยามกิจกรรมนี้ว่า “การสังเคราะห์เทคโนโลยี”
อีกรูปแบบหนึ่งคือ การสร้างความเข้าใจร่วมกัน ได้จัดประชุมเกษตรกร โดยเน้นการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหา ความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยไม่เลือกสถานที่ทำได้ในวัด โรงเรียนลานชุมชน แม้กระทั่งหัวไร่ปลายนา ซึ่งต่อมาเรียกกิจกรรมนี้ว่า “เวทีชุมชน” ผลจากการทำเวทีชุมชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จในการพัฒนาชุมชน คือ “ผู้นำชุมชน” ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำการปกครอง คือกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
พ.ศ. 2532-2537 นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสเกษตร รับผิดชอบงานด้านส่งเสริมเกษตร และด้านพัฒนาการเกษตร ของโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง คือที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ (ปัจจุบันแยกมาเป็นอำเภอโนนดินแดง) จากการทำงานกับเกษตรกรจำนวนมากขึ้น มีความหลากหลายทั้งด้านภูมิประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรม ทำให้พบว่างานส่งเสริมเกษตรหรือการใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรให้ประสบผลสำเร็จต้องมีการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ดังนั้น จึงไม่สามารถเป็นเทคโนโลยีสำเร็จรูปได้
เดือนพฤษภาคม 2538 โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นนิติบุคคลในนาม บริษัทดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และโอนความรับผิดชอบในการบริหารงานทั้งหมดจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ให้แก่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ รับผิดชอบงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายวัตถุดิบ ในระหว่างปี พ.ศ. 2537-2538 และลาออกจาก บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ในเดือนสิงหาคม 2538
งานด้านการพัฒนาชนบทในแนวพระราชดำริ
เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2538 นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ ได้เริ่มทำงานกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ในตำแหน่งนักวิเคราะห์โครงการเทคโนโลยีชีวภาพด้านการพัฒนาชนบท ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อเสนอโครงการฯ ที่นักวิจัยเสนอขอรับทุนจากศูนย์ไบโอเทค ทำให้ได้มีโอกาสช่วยนักวิจัย (หัวหน้าโครงการฯ) ในมุมมองต่างๆ โดยเฉพาะความต้องการและผลกระทบต่อเกษตรกรและชุมชนในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการทำหน้าที่ประสานงานนักวิจัยให้เข้าไปทำงานในพื้นที่ปฏิบัติการ (Area based) ของศูนย์ฯ ที่สำคัญได้แก่
- พื้นที่เพื่อความมั่นคง ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย โดยสร้างอาชีพเกษตรกรรมให้ราษฎรใน 2 หมู่บ้าน (หมู่บ้านห้วยน้ำผักและบ่อเหมืองน้อย) จำนวน 150 ครอบครัว ทำให้อิ่มปาก อิ่มท้อง และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเพื่อเป็นแนวกันชนตามยุทธศาสตร์ของกองทัพภาคที่ 3 ได้เป็นผลสำเร็จ
- พื้นที่ดินเค็ม อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับมูลนิธิราชพฤกษ์ โดยปลูกพืช สร้างพื้นที่สีเขียวฟื้นคืนสภาพป่า ในพื้นที่ดินเค็มซึ่งแต่ก่อนเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์และเป็นต้นน้ำของลำน้ำเสียว
- พื้นที่โครงการพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา (ครูแดง : เตือนใจ ดีเทศน์) เพื่อใช้เทคโนโลยีชีวภาพผลิตต้นกล้วย โดยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 1 ล้านต้น ใช้สำหรับปลูกป่ารักษาความชื่นในเขตต้นน้ำและงานด้านการส่งเสริมอาชีพกับชุมชนชาวเขาในเป้าหมายของมูลนิธิฯ
ปี พ.ศ. 2540 นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ ได้ปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบจากงานสนับสนุนทุนในตำแหน่งนักวิเคราะห์โครงการ มาทำหน้าที่งานปฏิบัติการ (Implementation) ในลักษณะงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนชนบท โครงการที่สำคัญได้แก่
- โครงการวิสาหกิจชุมชน-โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป สนับสนุนเทคโนโลยีการผลิต GABA Rice และ การจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้แปรรูปข้าวกล้องงอก บ้านนางอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เป็นกลุ่มนำร่องของการแปรรูปข้าวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในชุมชน ภายใต้โครงการพระราชดำริของจังหวัดสกลนครจนปัจจุบันเกิดกลุ่มผู้ผลิตข้าวกล้องงอกในจังหวัดสกลนคร ประมาณ 40 กลุ่ม นอกจากนี้ยังผลักดันและสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง บริษัทธุรกิจเพื่อพัฒนาการเกษตร จำกัด โดยคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดสกลนคร เพื่อทำหน้าที่ด้านการตลาดผลผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทาน ภายใต้โครงการพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันได้ขยายแนวคิดไปดำเนินการในลักษณะเดียวกันที่ จังหวัดพัทลุง (บริษัท พัทลุงค้าเกษตร จำกัด)
- โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวหอมชลสิทธิ์ในพื้นที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรผลักดันผลงานวิจัยของ สวทช. ให้มีการส่งเสริมการปลูกข้าวหอมชลสิทธิ์ ทนน้ำท่วมฉับพลัน และดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือกมาแปรรูปเป็นข้าวสาร จำหน่ายด้วยเครื่องหมายการค้าตรา “อ่อนหวาน” จนทำให้สหกรณ์ฯ เติบโตขึ้นและเป็นที่รู้จักในวงกว้างในปัจจุบัน
- โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การทำวิสาหกิจชุมชน” ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นสถาบันจัดฝึกอบรม (Service Provider) ภายใต้โครงการ เพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นโครงการตามมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล อันเนื่องมาจากผลกระทบจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศ ในปี พ.ศ. 2552 โดยมีศูนย์ฝึกอบรมจำนวน 1,123 แห่ง ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ มีบุคลากรเป้าหมายที่ผ่านการอบรมในหลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 56,150 คน
- โครงการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์ จังหวัดยโสธร ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในปี พ.ศ. 2557 โดยการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ ให้กับกลุ่มเกษตรกร จำนวน 7 กลุ่ม ใน 5 เขตอำเภอของจังหวัดยโสธร ให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัดโดยมีเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ จำนวน 4,565 ครอบครัวเป็นพื้นที่นาจำนวน 45,650 ไร่ นำมาซึ่งผลลัพธ์ “กรณียโสธร” (ยโสธรโมเดล) ปัจจุบันกำลังนำไปขยายผลในพื้นที่ปลูกข้าว ในเขต 5 อำเภอ ได้แก่ ระโนด จะนะ รัตภูมิ กระแสสินธุ์ และ สะทิงพระ จังหวัดสงขลา
งานด้านการศึกษาและบทบาทต่อการสนับสนุนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ในช่วงที่นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ เป็นผู้จัดการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนนโยบายของมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้
- ให้การสนับสนุนการฝึกงานภาคฤดูร้อน การทำสารนิพนธ์ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน
- เป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรชีวภาพ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2540-2556
- เป็นคณะกรรมการยกร่างหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชุมชน สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน พ.ศ. 2551 และสขานวัตกรรมการจัดการสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558
งานด้านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการจัดการทรัพยากรฐานชุมชน
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงงานหลวงฯ นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ผลักดันและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวพระราชดำริเชิงการพัฒนาสังคมและความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นอย่างสูง สามารถกล่าวได้ว่าเป็นยุคที่ประสบความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้งโรงงานหลวงฯ ที่ 3 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษ พิจารณาได้จากผลงานมากมาย เช่น
- การใช้กลไกระบบเกษตรอุตสาหกรรม (Agro industry) แบบข้อตกลงล่วงหน้าสำหรับเกษตรกรรายย่อย (Contract Farming for Small Farmers) เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยในทุกมิติ ได้แก่ พัฒนาการรวมกลุ่มเกษตรกร พัฒนาการวางแผนการปลูก การใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ พัฒนาความเข้าใจและความสามารถเรื่องการจัดการเขตกรรม และพัฒนาเรื่องความซื่อสัตย์ต่อการส่งมอบวัตถุดิบตามสัญญาทั้งในมิติคุณภาพ ปริมาณการส่งมอบ ช่วงเวลาการส่งมอบ และราคาที่ตกลง
- เป็นผู้พัฒนาให้เกิดระบบเกษตรอุตสาหกรรมขนาดเล็ก (Small Agro Industry) ที่มีความยืดหยุ่นสูงต่อชนิดวัตถุดิบและกำลังการผลิตสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบการเกษตร ส่งจำหน่ายในตลาดต่างประเทศมากกว่าร้อยละ 60 เป็นกรณีศึกษาตัวอย่างที่ทำให้ภาคเอกชนมาศึกษาความเป็นไปได้เพื่อการลงทุน เกิดแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนจัดตั้งโรงงานแปรรูปมะเขือเทศ และมีผลผลิตการเกษตรสูงที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว คือ กำลังการผลิตมะเขือเทศเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดจาก 12,000 ตัน/ปี เป็นมากกว่า 90,000 ตัน/ปี ค่าวัตถุดิบ เพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านบาท/ปี เป็นมากกว่า 100 ล้านบาท/ปี มีการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ 4 โรงงาน กำลังการผลิตรวมกว่า 70,000 ตัน/ปี มูลค่าการจ้างงานประมาณ 10 ล้านบาท/ปี เกิดการกระจายรายได้ค่าวัตถุดิบและค่าแรงงานประมาณ 10,000 บาท/ครอบครัว/ปี เกิดเป็น Tomato Belt ในอีสานเหนือ
- เป็นยุคสมัยที่เกิดกลไกในการพัฒนาการรวมกลุ่มเกษตรกร จัดระบบการบริหารจัดการการเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม การพัฒนาความสามารถของเกษตรกร การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร
- เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ใช้โรงงานหลวงฯ เป็นแหล่งให้การศึกษาด้านเทคนิคแก่นักเรียนในพื้นที่ และการให้การศึกษาวิชาชีพระดับสูงแก่ลูกหลานเกษตรกร เพื่อให้สามารถรับผิดชอบโรงงานหลวงได้เพิ่มขึ้น
- โรงงานหลวงฯ เป็นกลไกสำคัญในการลดการอพยพ ย้ายถิ่นเพื่อขายแรงงานในเมือง สร้างความมั่นคงสถาบันครอบครัว ชุมชนชนบท
- เป็นผู้ผลักดันให้เกิดกลไกการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในชนบท ทั้งด้านการเกษตร (การเพิ่มความสามารถของเกษตรกรในการลดต้นทุนผลิต การเพิ่มผลผลิตและรวมกลุ่มเกษตรกร) การผลิตและการจัดการเกษตรกรรายย่อย มีการพัฒนาการวางแผนการผลิตพืชในระบบเกษตรอุตสาหกรรม
- ให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาด้านเทคนิควิชาการ และบูรณาการโจทย์วิชาการ การเรียนการสอน จากปัญหาของโรงงาน นำมาสู่การเกิดขึ้นของหลักสูตรปริญญาโท ทักษะวิศวกรรมอาหาร ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปัจจุบัน
งานด้านบำเพ็ญประโยชน์
นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาโครงการและติดตามประเมินผล โครงการคลินิกเทคโนโลยี สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน เป็นวิทยากรหลักสูตร “นักพัฒนาชุมชน” โครงการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2553-2555 และเป็นกรรมการวิสาหกิจชุมชน กรุงเทพมหานคร ของคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550-ปัจจุบัน
จากผลงานและประสบการณ์ ความมุ่งมั่น อดทน เสียสละ และด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกลต่องานด้านพัฒนาชนบทดังกล่าว จึงนับได้ว่า นายสมศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อเกษตรกรในชุมชนชนบททั่วประเทศเป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ จึงสมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมีมติให้ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชา การจัดการทรัพยากรชีวภาพ เพื่อเป็นเกียรติ และความภาคภูมิใจต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูลสืบไป