ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข
สาขาวิชาเทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะ
นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข ปัจจุบันอายุ 67 ปี ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยซัวเถา (สาธารณรัฐประชาชนจีน) สาขาเกษตรกรรม นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข ได้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด สามมิตรมอเตอร์ส เมื่อปี พ.ศ. 2502 ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมการผลิตแหนบรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะแห่งแรกในประเทศไทย จนประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักกันดีจนถึงปัจจุบัน
นอกจากการบุกเบิกงานอุตสาหกรรมผลิตแหนบรถยนต์แล้ว นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข ยังได้ดำเนินการผลิตรถบรรทุกดัมพ์ตัวถังเหล็กเป็นรายแรกของประเทศอีกด้วย จากวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ในปี พ.ศ. 2524 จึงได้ส่งทีมวิศวกรไปเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาพัฒนาเทคนิคการทำแม่พิมพ์คุณภาพสูง รองรับกับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในอนาคตรวมไปถึงการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระบบไฮดรอลิกส์ เพลา และดุมล้อชนิดต่าง ๆ อย่างครบวงจร นอกจากนั้น ยังได้นำบริษัทฯ เข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์โดยตรงจนกระทั่งในปัจจุบัน บริษัทสามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) ได้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในระดับที่ 1 ของบริษัทผลิตและประกอบรถยนต์ เป็นแหล่ง outsourcing ของบริษัทผลิตรถยนต์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ทั้งยังได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปทั่วทั้งในเอเชีย ยุโรป อาฟริกา และสหรัฐอเมริกา
ภายใต้ปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการทำธุรกิจที่คำนึงถึงการตอบสนองสังคมประเทศชาติ ด้วยความมานะอุตสาหะการศึกษา ค้นคว้า และการทดลอง เรียนรู้ด้วยตนเอง นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข จึงได้วางรากฐานการทำแม่พิมพ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในอุตสาหกรรมการขึ้นรูปโลหะ โดยได้ทำเทคโนโลยีการทำแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ด้วยกรรมวิธีการหล่อด้วยแบบโฟมขึ้นใช้เป็นรายแรกของประเทศ รวมไปถึงการทำอุปกรณ์จับยึดและตรวจสอบชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์หลังคาเหล็กที่ใช้กับรถบรรทุกขนาด 1 ตัน ซึ่งได้รับรางวัลประดิษฐกรรมยอดเยี่ยมจากสมาคมหลังคารถกระบะและส่วนควบจากประเทศสหรัฐอเมริกานับเป็นตัวอย่างการรังสรรค์ธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์จากเทคโนโลยีแม่พิมพ์และการขึ้นรูปโลหะจนกระทั่งมีมาตรฐานการออกแบบเป็นของตนเอง ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐานสากล ซึ่งเห็นได้จากผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวนมากทั้งจากภายในและต่างประเทศ
ในด้านนวัตกรรม เนื่องจาก นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข เป็นผู้มีความสามารถและความวิริยะอุตสาหะ ความรอบรู้ในการบูรณาการความรู้ทางด้านวัสดุศาสตร์การออกแบบ การขึ้นรูปโลหะ มาประยุกต์ได้อย่างกลมกลืน และด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นของคนไทยจึงได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์หลายชิ้น ได้แก่ ใบมีดเก็บเกี่ยวงานหนักผานไถนาความทนทานสูง รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติโดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำ ในยุโรป ได้ทดสอบและทดลองใช้ในประเทศจีนจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ซึ่งนับว่าเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงให้กับประเทศโดยตรง
ทางด้านการศึกษา นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษางานวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กร และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ จึงได้สนับสนุนและร่วมจัดทำคู่มือการออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ขนาดเล็ก และคู่มือการออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ราคาถูกสำหรับงานเพรส ซึ่งเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย นอกจากนั้นยังได้ผลักดันให้เกิดสัญญาความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 การเข้าร่วมโครงการวิจัยเพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิตในอุตสาหกรรมการขึ้นรูปชิ้นส่วนยานยนต์ การร่วมผลักดันให้เกิดหน่วยเทคโนโลยีเฉพาะทางเทคโนโลยีการ ขึ้นรูปโลหะ การร่วมวิจัยการขึ้นรูปโลหะกับสถาบันไทย-เยอรมัน การร่วมวิจัยการขึ้นรูปชัชซีสนานยนต์ การให้ทุนวิจัยกับมหาวิทยาลัยฯ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการจำลองการขึ้นรูปและแม่พิมพ์เสมือน นอกจากนั้นยังสนับสนุนครุภัณฑ์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา
ด้วยเหตุที่ นายเชาว์ โพธิ์ศิริสุข นอกจากจะประสบความสำเร็จในธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แล้ว ยังได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมด้วยการนำความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ถ่ายทอดแก่หน่วยราชการ และนักศึกษาของสถาบันต่างๆ ตลอดมา และด้วยวิสัยทัศน์และการจัดการอันดีเยี่ยมจึงเป็นผลผลักดันให้ผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์ และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล นับเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของประเทศไทยทางหนึ่ง จึงสมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจึงมีมติให้ได้รับพระราชทานปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป