ทำเนียบปริญญากิตติมศักดิ์

ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต
สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน
ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ณ เมืองลอสแองเจลิส เมื่อปี พ.ศ. 2496 ปริญญาโทและเอก ในสาขาวิชาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2497 และ 2500 ตามลำดับ ต่อจากนั้นได้เข้าทำงานเป็นนักวิจัยของสถาบันต่างประเทศที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ก่อนเข้ารับราชการและระหว่างที่เป็นอาจารย์ที่คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตามลำดับ จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ในปี พ.ศ. 2514
ในช่วงที่เป็นอาจารย์ ได้มีบทบาทสำคัญทางด้านการวางแผน และการปฏิรูปการศึกษาของประเทศเป็นอย่างมาก ได้รับมอบหมายให้เป็น ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนามหาวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการวางพื้นฐานเพื่อปฏิรูปการศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2510, 2517 และ 2518 ตามลำดับ ซึ่งก็ได้อุทิศตนให้กับงานในหน้าที่อย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ในระยะเวลาต่อมาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ พ.ศ. 2523 ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญทางด้านการศึกษา ได้เป็นที่ยอมรับนับถือทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการหลายสถาบัน ทั้งในและนอกประเทศ อาทิ กรรมการคณะที่ปรึกษาทางด้านการศึกษาธนาคารโลก กรรมการสถาบันวางแผนการศึกษานานาชาติของยูเนสโก กรรมการสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เป็นต้น
นอกจากความเชี่ยวชาญทางด้านการศึกษาแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต ยังมีผลงานทางด้านอุตสาหกรรมโดยเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมปิโตเคมีของประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการใหญ่ บริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกของแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ของประเทศเป็นเวลานานถึง 7 ปี ความสามารถในส่วนนี้ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนทั่วไปในวงการอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ในระยะเวลาต่อมา จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในองค์กรหลายแห่ง เช่น คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สภาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย มูลนิธิเพื่อสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นต้น และในช่วงระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาล ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต ได้มีส่วนสำคัญในการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมเสรี ขจัดการผูกขาดใน การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ และลดขั้นตอนการดำเนินงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม และประเทศชาติโดยส่วนรวม
ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต เป็นผู้มีความรอบรู้ ความชำนาญ ในศาสตร์ด้านต่าง ๆ หลายสาขา การจัดการพลังงานก็นับว่าเป็นอีกสาขาหนึ่งที่ ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต มีความชำนาญเป็นพิเศษ ทั้งทาง ด้านประสิทธิภาพพลังงาน การบริหาร กิจการปิโตรเลียมขนาดใหญ่ และการกำหนดนโยบายพลังงานของประเทศ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่บริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ จึงได้เริ่มนำเอาระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อนร่วม แบบกังกันแก๊สมาใช้แห่งแรก ซึ่งก็ได้ประสบความสำเร็จ จนมีอีกหลายหน่วยงานที่กำลังจะดำเนินการตาม นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่ออนุญาตให้เอกชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า อันจะส่งผลให้การใช้พลังงานโดยส่วนรวมของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต ได้มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานเพื่อให้คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานในกิจกรรมปิโตรเลียมให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเขตนี้ ดังเป็นที่ทราบกันชัดเจนในปัจจุบัน ด้วยความเป็นนักคิด นักวางแผน และนักบริหาร ที่มีความสามารถเป็นพิเศษ ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต จึงมักได้รับการเชื้อเชิญเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศอีกหลายประการ เช่น ทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ การลดมลพิษจากการใช้เชื้อเพลิง เป็นต้น
นอกเหนือจากความรู้ความสามารถดังกล่าวข้างต้นแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต ยังเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นในอุดมการณ์ และมีคุณธรรมสูง การทำงานที่ผ่านมาล้วนเป็นไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ สมควรได้รับการยกย่อง สรรเสริญ และเชิดชู เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลทั่วไป ด้วยเกียรติคุณดีเด่นดังกล่าว สภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมีมติให้ ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต ได้รับพระราชทานปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการพลังงานเพื่อเป็นเกียรติสืบไป